อุณหภูมิความร้อนและแดดจ้า ที่ทุกคนต้องเผชิญทุกวันในช่วงนี้ไม่ได้มีผลกระทบต่อ “คน” เพียงเท่านั้น แต่ “รถยนต์” ก็อาจทนไม่ไหวเช่นกัน ยิ่งความร้อนที่มาจากแสงแดด ส่งผลเสียกับรถได้ทั้งภายใน และภายนอก และหากจอดรถกลางแดดเป็นเวลานาน ความร้อนจะสะสมภายในรถและก่อให้เกิดปัญหามากมาย คนรักรถจึงต้องหาวิธีดูแลเป็นพิเศษในช่วง
การใช้รถ EV ในสภาพอากาอย่างร้อนประเทศไทยนั้น ก็อาจจะต้องทราบข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลรักษาในเรื่องของการใช้งานและการชาร์จ เพื่อถนอมแบตเตอรี่และสามารถใช้รถได้ยาวนานมากขึ้น เรามาดูกันว่าข้อแนะนำในการดูแลรถยนต์ไฟฟ้าเมื่อใช้งานในสภาพอากาศร้อนนั้นมีอะไรบ้าง
1. จอดรถในที่ร่ม
วิธีที่ง่าย และสำคัญที่สุด คือการหลีกเลี่ยงการจอดรถในที่ที่มีแสงแดดส่องถึงโดยตรง ให้เลือกจอดรถในที่ร่มแทน ไม่ว่าจะอยู่ใต้ต้นไม้ โรงรถ หรือที่ใดก็ตาม ตราบใดที่รถยนต์ไฟฟ้าของคุณไม่โดนแดดเป็นเวลานาน จะช่วยทำให้แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าไม่ร้อนจนเกินไป และจะช่วยเพิ่มระยะทางในการขับขี่ตามไปด้วย เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าหากจอดรถในที่ร่ม จะทำให้ลดการใช้พลังงานที่ทำให้รถเย็นลง
2. ชาร์จเพียง 80%
ให้การชาร์จอยู่ระหว่าง 20%-80% เป็นระยะมาตรฐานรักษาคุณภาพแบตเตอรี่ที่ดี เช่นเดียวกับโทรศัพท์มือถือ ยิ่งชาร์จนาน แบตเตอรี่ก็ยิ่งร้อนขึ้น และถ้าหากไปรวมกับสภาพอากาศที่มี แดดจัด ก็สามารถทำให้เกิดความเสี่ยงของการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ที่เร็วขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าจะหลีกเลี่ยงการชาร์จ 100% ไปเลย แนะนำว่าควรชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าด้วย AC Charge และ DC Charge ให้เต็ม 100% อย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อให้ระบบทำการปรับสมดุลแรงดันภายใน และทำให้เซลล์ทุก ๆ โมดูลได้มีการชาร์จประจุเข้าไปด้วย ถ้าหากบางโมดูลในช่วง 80-100% ไม่ได้มีการอัดไฟในระยะเวลานาน ๆ อาจจะส่งผลให้เสื่อมสภาพและไม่สามารถเก็บประจุได้
3. ใช้เครื่องปรับอากาศเท่าที่จำเป็น
ไม่ควรปรับระดับความเย็นของแอร์สูงสุดแบบกระทันหัน ถ้าหากภายในรถร้อนมาก แนะนำให้สตาร์ตรถและเปิดแอร์ด้วยระดับเริ่มต้นก่อน เพื่อควบคุมและรักษาอุณหภูมิภายในรถล่วงหน้าก่อนที่เราจะเข้าไป รวมถึงเวลาที่เสียบชาร์จรถอยู่ ก็ควรเปิดแอร์ก่อนถอดสายชาร์จ ถ้าหากเราถอดสายชาร์จแล้วเปิดแอร์ทีหลัง พลังงานในแบตเตอรี่จะลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากแอร์ ใช้พลังงานที่เพิ่งชาร์จไป ส่งผลให้ระยะทางในการเดินทางน้อยลงด้วย
4. ตรวจสอบแรงดันลมยางเสมอ
ไม่ควรเติมลมยางมากเกินไป เนื่องจากเมื่อความร้อนสูงจะทำให้ยางขยายตัว ส่งผลให้ลดระยะทางการวิ่งของรถยนต์ไฟฟ้า ดังนั้นควรตรวจสอบแรงดันลมยางสม่ำเสมอและปรับลมยางตามควาสมจำเป็น สามารถตรวจสอบค่าแรงดันลมยางที่แนะนำได้ในคู่มือ หน้าจอในรถ หรือข้างประตูคนขับ เพื่อเติมลมยางด้วยค่าที่ถูกต้อง เพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่โดยรวมได้
5. หลีกเลี่ยงการชาร์จเร็ว (DC Charging) ในอากาศร้อน
ความร้อนหรืออุณหภูมิสูงส่งผลต่อความเร็วในการชาร์จ หากเราไม่ได้เดินทางไกลหรือไม่จำเป็นต้องชาร์จระหว่างทาง อาจจะหลีกเลี่ยงการชาร์จเร็วแบบ DC ควรชาร์จ AC จากที่บ้าน, สำนักงาน หรือหัวชาร์จ AC อื่น ๆแต่ในกรณีที่เราต้องเดินทางไกล จำเป็นจะต้องเข้าสถานีชาร์จเร็ว DC แบบเร่งด่วน ก็ควรจะชาร์จให้ถึงประมาณ 80% ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที และควรเผื่อระดับแบตเตอรี่ไปถึงอีกจุดประมาณ 10-20%
แหล่งที่มา: bydmetromobile.com