เตรียมพร้อม รถ EV ในช่วงเทศกาลหยุดยาว

ในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวต่อเนื่อง สำหรับคนที่เลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้า การวางแผนเดินทางไกลเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องเรียนรู้ โดยเฉพาะการใช้รถยนต์ไฟฟ้า  ขับออกทางไกลในช่วงสงกรานต์ หรือช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดยาวหลายวัน ด้วยความกังวลว่าสถานีชาร์จไฟจะเต็ม หัวชาร์จเสียหรือไม่เพียงพอต่อความต้องการของรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งในปัจจุบันเมื่อเทียบจำนวนสถานีชาร์จไฟกับจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นนั้นไม่สมดุลกัน สถานีชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้าที่มีอยู่เพียงน้อยนิดสร้างปัญหาในการเดินทางอย่างหนัก การชาร์จด้วยไฟกระแสตรง DC fast charge ระหว่างเดินทางนั้นเป็นเรื่องที่อยู่ในแผนการเดินทางอยู่แล้ว แต่เมื่อไปถึงสเตชันชาร์จไฟ ด้วยจำนวนกระแสไฟฟ้าที่เหลืออยู่ในแบตเตอรี่เพียงน้อยนิด แล้วพบว่าไม่สามารถชาร์จได้ตามเวลา เนื่องจากมีรถยนต์ไฟฟ้า     รอเข้าคิวชาร์จไฟอีกหลายสิบคัน ปัญหานี้จะจัดการอย่างไร?
การเตรียมตัวก่อนออกเดินทางท่องเที่ยวด้วยรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงวันหยุดสงกรานต์ มีสิ่งที่จะต้องทำก็คือ
1. เตรียม application ของผู้ให้บริการสถานีชาร์จไฟฟ้า บาง application ก็ต้องเติมเงินก่อน เช่น PeaVolta, EA anywhere ถึงแม้ application จะสะดวก แต่เมื่อไปถึงแล้วเชื่อมต่อมือถือกับตู้ชาร์จไม่ได้จะทำให้เสียความรู้สึกและเสียเวลา ก่อนเดินทาง ควรวางแผนและสำรวจจุดที่จะผ่านในระยะทางที่ปลอดภัย ดูว่ามีสถานีชาร์จกี่จุด ที่อยู่ในเส้นทาง ทั้งขาไปและขากลับ พยายามจับกลุ่มสถานีที่ใกล้ๆ กันไว้ทำแผน A, B, C สำรองเผื่อเหลือ เผื่อขาดเอาไว้เลย
2. ใช้โหมดประหยัด ทั้งนี้ จำนวนรถที่วิ่งร่วมทางอยู่บนถนนทั้งไปและกลับจะไม่เปิดโอกาสให้ขับเร็ว ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี การใช้คันเร่งอย่างระมัดระวังในรถยนต์ไฟฟ้า ช่วยประหยัดพลังงานได้เหมือนกับรถยนต์สันดาป ความเร็วเดินทาง 80-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้จะดูช้าไม่ทันอกทันใจ แต่ช่วยทำให้ประหยัดไฟในแบตเตอรี่ได้ ประคองการขับไม่ให้ใช้ไฟเกินกว่า 21kWh เปิดโหมดการคืนพลังงานระดับแรกไว้ ระยะทางที่แสดงก็จะใกล้เคียงกับที่สามารถไปถึงจุดหมายได้จริง อย่าเร่งความเร็วเกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
3. ปกติสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า จะมีหัวชาร์จ AC 22 kW 3 phase หรือ 7.4 kW 1 phase มาให้ด้วย สามารถใช้ชาร์จในระหว่างรอคิว fast charge อย่างน้อยก็ได้พลังงานมา 7 หน่วย/ชม. แม้จะอืด แต่ก็ดีกว่าจอดอยู่เฉยๆ
4. หากรถยนต์ไฟฟ้าของคุณ สามารถรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ AC 11 kW 3 phase ได้ ก็จะเป็นจุดดีที่สามารถใช้การชาร์จ AC ช่วยในการเดินทางต่อ ในกรณีตู้ชาร์จทั้งใกล้และไกลเต็มหมด
5. ระบบปรับอากาศในช่วงเดือนเมษายนเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตขณะใช้งานรถยนต์ ควรปรับตั้งอุณหภูมิของแอร์ให้แค่พอสบายในการ    เดินทางที่ 22 หรือ 25 องศา ถ้าเปิดแอร์เย็นฉ่ำเกินไป คอมแอร์ไฟฟ้าจะกินไฟในแบตฯ แล้วส่งผลกระทบโดยตรงกับระยะทางการขับ
6 พกอุปกรณ์ชาร์จแบบ portable ติดรถไว้ทุกครั้ง เพราะเมื่อยามฉุกเฉินจริงๆ เราต้องใช้เพื่อไปให้ถึงสถานีชาร์จ โดยเราสามารถดูสถานีที่ให้เราเสียบปลั๊กได้จาก web Pupaplug ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
ที่มา: ไทยรัฐ