“พลังงานแสงอาทิตย์” คือพลังงานสะอาดที่ได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลก ในประเทศไทยเอง นับตั้งแต่ปี 2013 โซลาร์เซลล์ก็กลายเป็นที่รู้จักและถูกนำมาใช้มากขึ้นในฐานะพลังงานทดแทน เพื่อลดการสร้างมลภาวะจากพลังงานเชื้อเพลิงที่ต้องผ่านการเผาไหม้และทำให้เกิดมลภาวะในอากาศ มีการตั้งเป้าไว้ว่าในปี 2036 กำลังการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ในประเทศไทยจะมีมากถึง 6,000 MW โดยคาดการณ์จากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวนับตั้งแต่ปี 2013 ถึงปี 2015 เป็นต้นมา ในช่วงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2561 จนถึงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2562 หรือภายในระยะเวลาหนึ่งปี มีการเปิดเผยว่า สถิติผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในไทยที่ค้นหาคำว่า ‘Solar Cell’ ในกูเกิ้ลนั้นมีมากเป็นอันดับสองของโลกรองจากประเทศจีนที่เป็นประเทศที่มีกำลังการผลิตสูงสุด
ก่อนที่เราจะเข้าสู่เรื่องของขยะและการกำจัดขยะจากโซลาร์เซลล์ เราจำเป็นจะต้องรู้ก่อนว่าวัฎจักรชีวิตของแผงโซลาร์เซลล์นั้นเป็นอย่างไร จากการศึกษา พบว่า อายุขัยของแผงโซลาร์เซลล์ (Life Expactancy of Solar Panels) จะมีอยู่ราว 20–30 ปีก่อนปลดระวาง แต่จากประสบการณ์จริงของผู้ใช้โซลาร์เซลล์หลายคนพบว่า ประสิทธิภาพของแผงโซลาร์เซลล์จะลดลงเพียงร้อยละ 6–8 เมื่อใช้งานไป 25 ปี จึงอาจสรุปได้ว่า ช่วงชีวิตการใช้งานของแผงโซลาร์เซลล์นั้นอาจนานกว่าที่มีการประมาณอย่างเป็นทางการ ราว 40 ปีขึ้นไปและยังคงทำงานได้หลังจากประสิทธิภาพลดลง
ในเชิงกฏหมาย แผงโซลาร์เซลล์ที่หมดอายุการใช้งานจะถูกจำแนกให้เป็น “กากของเสีย” เช่นเดียวกับในกรณีของสหภาพยุโรป แผงโซลาร์เซลล์ที่หมดอายุ การใช้งานจะถูกจัดเป็น “ขยะอิเล็กทรอนิกส์ (e-waste) โดยอยู่ภายใต้ “กฎหมายการจัดการซากผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า (Waste Electrical and Electronic Equipment Directive หรือ WEEE) ที่กำหนดว่า ผู้ผลิตโซลาร์เซลล์จะต้องทำตามข้อกำหนดเฉพาะในกฎหมายและมาตรฐานการรีไซเคิลเพื่อทำให้เกิดความมั่นใจว่าแผงโซลาร์เซลล์จะไม่กลายเป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อมเมื่อหมดอายุการใช้งาน