4 จุดสำคัญ ดูแลรถไฟฟ้า ให้ใช้งานได้นาน
สำหรับใครที่เปลี่ยนใจ หันมาใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะต้องทำความเข้าใจ เกี่ยวกับเรื่องทั่วไปของรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเราจำเป็นต้องศึกษาแนวทางการรักษารถยนต์ไฟฟ้าให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ วันนี้ บีทูเอชโซล่าร์ ขอแนะนำ 4 จุดสำคัญที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุด โดยเรียงลำดับความสำคัญจากมากไปน้อยในบทความนี้กันค่ะ
1. แบตเตอรี่
หัวใจสำคัญที่สุดของรถขับเคลื่อนไฟฟ้าคือ “แบตเตอรี่” เป็นแหล่งพลังงานที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในรถยนต์พลังงานไฟฟ้า(EV) สามารถให้ความปลอดภัยด้านการใช้งาน และสามารถยืดอายุการใช้งานของมอเตอร์รถยนต์ไฟฟ้า EV ได้นานขึ้น ดังนั้น อุณหภูมิ คือตัวแปรสำคัญที่มีผลต่อสมรรถนะและประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ หลักการยืดอายุแบตเตอรี่ให้สามารถใช้งานได้นาน คือ การรักษาอุณหภูมิให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม หากรถยนต์มีอุณหภูมิสูงเกินไปก็เปลืองแบตเตอรี่ หรืออุณหภูมิต่ำเกินไปก็เปลืองแบตเตอรี่ สูญเสียเวลาในการชาร์จ เปลืองพลังงานไฟฟ้าและมีค่าใช้จ่ายต่างๆในการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย
2. ระบบเบรก
ระบบเบรกเป็นส่วนสำคัญที่จำเป็นต่อรถยนต์ใช้น้ำมันมันและรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ต้องดูแลให้ดี ซึ่งตามคำแนะนำควรจะเปลี่ยนเบรกใหม่เมื่อผ่านการใช้งาน ไปแล้ว 80,000 กิโลเมตร หรือเร็วกว่านั้น ขึ้นอยู่กับการใช้งาน หากใช้รถยนต์ไฟฟ้า(EV) ไปบรรทุกของหนักและขับรถด้วยความเร็วสูงประจำ อายุผ้าเบรค อาจจะสั้นขึ้น สัญญาณเตือนควรเปลี่ยนผ้าเบรก คือ เมื่อเบรกแล้วมีเสียงคล้ายเหล็กครูด เสียดสีกัน ซึ่งอาจมีเหตุมาจากคลิปผ้าเบรคครูดกับจานเบรค เป็นสัญญาณเตือนว่าควรเปลี่ยนผ้าเบรคได้นั่นเอง
3. ระบบชาร์จ
ระบบเบรกเป็นส่วนสำคัญที่จำเป็นต่อรถยนต์ใช้น้ำมันมันและรถยนต์ไฟฟ้า ต้องดูแลให้ดี ซึ่งตามคำแนะนำควรเปลี่ยนเบรกใหม่เมื่อผ่านการใช้งานไปแล้ว 80,000 กิโลเมตร หรือเร็วกว่านั้น ขึ้นอยู่กับการใช้งาน หากใช้รถยนต์ไฟฟ้า ไปบรรทุกของหนักและขับรถด้วยความเร็วสูงประจำ อายุผ้าเบรค อาจจะสั้นขึ้น สัญญาณเตือนควรเปลี่ยนผ้าเบรก คือ เมื่อเบรกแล้วมีเสียงคล้ายเหล็กครูด เสียดสีกัน ซึ่งอาจมีเหตุมาจากคลิปผ้าเบรคครูดกับจานเบรค เป็นสัญญาณเตือนว่าควรเปลี่ยนผ้าเบรคได้นั่นเองจากสภาพแดดเมืองไทยแล้ว มีผลต่อการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าโดยตรง วิธีการในการดูแลรักษารถยนต์ไฟฟ้าที่ถูกต้อง ต้องดูแลระบบชาร์จให้ดี และจำกัดเวลาสำหรับชาร์จเพื่อไม่ให้อุณหภูมิสูงจนระบายความร้อนไม่ทัน การชาร์จไฟแบบค่อยๆ ปล่อยให้กระแสไฟไหลเข้าไปในแบตเตอรี่ ด้วยการชาร์จแบบปกติหรือ AC แต่อาจต้องรอนาน 6-8 ชั่วโมง เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ แต่ถ้าหากไม่มีเวลา การชาร์จเร็วด้วยไฟ DC quick charge ในช่วงกลางคืน ซึ่งมีอุณหภูมิที่ต่ำกว่า สามารถรักษาแบตเตอรี่ได้ระดับหนึ่ง แต่การชาร์จไฟด้วยระบบชาร์จเร็ว DC quick charge ในช่วงเวลากลางวัน หรือจอดแช่ไว้กลางแจ้งขณะชาร์จไฟบ่อยเกินไปจะทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่สั้นลง
สำหรับเทคนิกชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ายังไงให้คุ้มและใช้เวลาชาร์จไฟฟ้าน้อยที่สุด คือ ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่ระดับ 80 % ในช่วงเวลากลางคืน โดยใช้ระบบการชาร์จแบบ DC quick charge เพราะการชาร์จไฟฟ้าที่ระดับ 80 % จะเป็นการชาร์จที่เร็วที่สุด โดยใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที จากนั้นตู้ชาร์ไฟฟ้าจะจ่ายไฟฟ้าน้อยลง ส่งผลทำให้การชาร์จช้าลง เเละเพื่อเป็นการถนอมตัวแบตเตอรี่อีกด้วย
4. ยางรถยนต์
การนำรถยนต์ออกไปใช้งานเป็นประจำ ยิ่งมีระยะขับนาน และเส้นทางที่ใช้มีผลต่อการทำให้ยางรถยนต์เสื่อม สำหรับการดูแลยางรถยนต์ไฟฟ้า และรถใช้น้ำมันมีวิธีการดูแลรักษาเหมือนกัน ค่าใช้จ่ายใกล้เคียงกัน และระยะเวลาเปลี่ยนยางเหมือนกัน เมื่อผ่านการใช้งานไปได้สักระยะยางจะเริ่มต้นขั้นตอนของการเสื่อมสภาพไปเรื่อยๆจนหมดอายุการใช้งาน ปัจจุบัน อายุการใช้งานของยางรถยนต์ไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 30,000-40,000 กิโลเมตร หรือประมาณ 2-3 ปี ควรหมั่นเช็กระยะทางและประสิทธิภาพของยางให้ดีทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน
เพื่อการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า(EV)อย่างมีประสิทธิภาพ ควรหมั่นดูแลรักษาระบบต่างๆในรถยนต์ไฟฟ้า(EV)ให้ดี หากพบความผิดปกติให้รีบนำรถยนต์เข้าศูนย์เพื่อเช็คให้มั่นใจ และสามารถป้องกันเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้