Solar cell Optimizer  ตัวช่วยเมื่อมีเงาบัง

What is Optimizer
นอกจากการที่เราคำนึงถึงการออกแบบจากปริมาณการใช้ไฟฟ้าแล้วนั้น การออกแบบสำหรับติดตั้งโซล่าสำหรับพื้นที่จำกัด หรือ หลังคามีความซับซ้อนสูง จะหนีไม่พ้นเรื่องการจัดการกับเงาที่บัง    ตัวแผงโซล่าเซลล์ หากจัดการ หรือออกแบบไม่ดีนั้น จะทำให้การทำงานของระบบโซล่าเซลล์นั้นไม่มีประสิทธิภาพ และ นำมาสู่การที่จะได้ผลตอบแทนการลงทุนที่ไม่คุ้มค้าได้
บทความนี้จะอธิบายหลายประเด่นเพื่อให้ความเข้าใจว่า Optimizer นั้น เป็นตัวช่วยเมื่อมีเงาบังได้อย่างไร
Shading effect
การที่แผงโซล่าเซลล์มีเงาบัง หรือ มีทิศทางการรับแสงหลายด้านนั้นจะไม่เป็นผลดีต่อการผลิตกระแสไฟฟ้าของโซล่าเซลล์ โดยถ้ามีเงาบัง เราจะเรียกว่า shading loss และ ถ้ามีการหันหลายทิศทางเราจะเรียกว่า mismatch loss โดยการสูญเสียการผลิตกระแสไฟฟ้านั้นเกิดขึ้นเมื่อ ระบบต่ออนุกรมกับ และ เมื่อมีหนึ่งแผ่นโดยเงาบัง จะทำให้พลังงาน (output) ที่ออกมาทั้งระบบลดต่ำลงได้ตามรูปดังนี้
Optimize
 Optimizer 
คือ อุปกรณ์ที่ทำให้การทำงานของแผ่นโซล่าเซลล์แต่ละแผ่นทำงานได้อย่างอิสระ โดยปัจจุบันนั้นมีหลายรูปแบบ โดยหลักจะทำหน้าที่เช็ค impedance (การวัดความต้านทานที่วงจรไฟฟ้ามีการต่อต้านต่อกระแสเมื่อมีการจ่ายแรงดัน) ก่อนที่ Bypass diodes จะทำงาน และ Optimizer จะทำหน้าที่เป็นทางลัด (bypass) ให้กระแสสามารถไหลไปยังแผ่นต่อไปได้ โดยวิธีการนี้ระบบโซล่าเซลล์จะสามารถทำงานในช่วงกระแสสูง ได้โดยไม่ได้รับผลของ Bypass diodes รูปด้านล่างนี้ ซึ่งจะทำให้ระบบโซล่าเซลล์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตามการติดตั้ง optimizer นั้นอาจจะไม่จำเป็นทุกกรณี เช่น การติดตั้งที่ไม่มีเงาบัง หรือ ติดตั้งทิศทางเดียว ในความคิดเห็นผู้เขียน อาจจะต้องคำนึงถึงความคุ้มค่า และ ความจำเป็นในการติดตั้ง ซึ่งต้องอาศัยผู้เชียวชาญในการออกแบบระบบ