นอกจากการที่เราคำนึงถึงการออกแบบจากปริมาณการใช้ไฟฟ้าแล้วนั้น การออกแบบสำหรับติดตั้งโซล่าสำหรับพื้นที่จำกัด หรือ หลังคามีความซับซ้อนสูง จะหนีไม่พ้นเรื่องการจัดการกับเงาที่บัง ตัวแผงโซล่าเซลล์ หากจัดการ หรือออกแบบไม่ดีนั้น จะทำให้การทำงานของระบบโซล่าเซลล์นั้นไม่มีประสิทธิภาพ และ นำมาสู่การที่จะได้ผลตอบแทนการลงทุนที่ไม่คุ้มค้าได้
บทความนี้จะอธิบายหลายประเด่นเพื่อให้ความเข้าใจว่า Optimizer นั้น เป็นตัวช่วยเมื่อมีเงาบังได้อย่างไร
Shading effect
การที่แผงโซล่าเซลล์มีเงาบัง หรือ มีทิศทางการรับแสงหลายด้านนั้นจะไม่เป็นผลดีต่อการผลิตกระแสไฟฟ้าของโซล่าเซลล์ โดยถ้ามีเงาบัง เราจะเรียกว่า shading loss และ ถ้ามีการหันหลายทิศทางเราจะเรียกว่า mismatch loss โดยการสูญเสียการผลิตกระแสไฟฟ้านั้นเกิดขึ้นเมื่อ ระบบต่ออนุกรมกับ และ เมื่อมีหนึ่งแผ่นโดยเงาบัง จะทำให้พลังงาน (output) ที่ออกมาทั้งระบบลดต่ำลงได้ตามรูปดังนี้