บทความ

Solar cell Optimizer ตัวช่วยเมื่อมีเงาบัง

การออกแบบสำหรับติดตั้งโซล่าสำหรับพื้นที่จำกัด หรือหลังคามีความซับซ้อนสูง จะหนีไม่พ้นเรื่องการจัดการกับเงาที่บังตัวแผงโซล่าเซลล์

นอกจากการที่เราคำนึงถึงการออกแบบจากปริมาณการใช้ไฟฟ้าแล้วนั้น การออกแบบสำหรับติดตั้งโซล่าสำหรับพื้นที่จำกัด หรือ หลังคามีความซับซ้อนสูง จะหนีไม่พ้นเรื่องการจัดการกับเงาที่บัง ตัวแผงโซล่าเซลล์ หากจัดการ หรือออกแบบไม่ดีนั้น จะทำให้การทำงานของระบบโซล่าเซลล์นั้นไม่มีประสิทธิภาพ และ นำมาสู่การที่จะได้ผลตอบแทนการลงทุนที่ไม่คุ้มค่าได้

Shading effect

การที่แผงโซล่าเซลล์มีเงาบัง หรือ มีทิศทางการรับแสงหลายด้านนั้นจะไม่เป็นผลดีต่อการผลิตกระแสไฟฟ้าของโซล่าเซลล์ โดยถ้ามีเงาบัง เราจะเรียกว่า shading loss และ ถ้ามีการหันหลายทิศทางเราจะเรียกว่า mismatch loss โดยการสูญเสียการผลิตกระแสไฟฟ้านั้นเกิดขึ้นเมื่อระบบต่ออนุกรมกัน และเมื่อมีหนึ่งแผ่นโดนเงาบัง จะทำให้พลังงาน (output) ที่ออกมาทั้งระบบลดต่ำลงได้

Optimizer

คือ อุปกรณ์ที่ทำให้การทำงานของแผ่นโซล่าเซลล์แต่ละแผ่นทำงานได้อย่างอิสระ โดยปัจจุบันนั้นมีหลายรูปแบบ โดยหลักจะทำหน้าที่เช็ค impedance (การวัดความต้านทานที่วงจรไฟฟ้ามีการต่อต้านต่อกระแสเมื่อมีการจ่ายแรงดัน) ก่อนที่ Bypass diodes จะทำงาน และ Optimizer จะทำหน้าที่เป็นทางลัด (bypass) ให้กระแสสามารถไหลไปยังแผ่นต่อไปได้ โดยวิธีการนี้ระบบโซล่าเซลล์จะสามารถทำงานในช่วงกระแสสูงได้โดยไม่ได้รับผลของ Bypass diodes ซึ่งจะทำให้ระบบโซล่าเซลล์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตามการติดตั้ง optimizer นั้นอาจจะไม่จำเป็นทุกกรณี เช่น การติดตั้งที่ไม่มีเงาบัง หรือ ติดตั้งทิศทางเดียว อาจจะต้องคำนึงถึงความคุ้มค่า และความจำเป็นในการติดตั้ง ซึ่งต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบระบบ

Solar cell Optimizer ตัวช่วยเมื่อมีเงาบัง