ชาร์จรถไฟฟ้าแบบ AC กับ DC Fast charge ต่างกันอย่างไร?
ในรถยนต์ไฟฟ้ามักจะมีระบบการชาร์จมาให้ 2 แบบ ได้แก่การชาร์จแบบ AC และการชาร์จแบบ DC Fast charge แต่ต่างกันอย่างไร?
ปัจจุบันนี้ในรถยนต์ไฟฟ้า มักจะมีระบบการชาร์จมาให้ 2 แบบด้วยกัน ได้แก่การชาร์จแบบ AC และการชาร์จแบบ DC Fast charge ส่วนในรถยนต์ PHEV ส่วนใหญ่ มักจะให้มาเฉพาะการชาร์จแบบ AC แต่การชาร์จ 2 แบบนี้ ต่างกันอย่างไร?
AC = Alternating Current = ไฟฟ้ากระแสสลับ เป็นระบบไฟฟ้าแรงดัน 220 โวลต์ ที่ใช้กันในบ้านเรือนทั่วไป DC = Direct Current = ไฟฟ้ากระแสตรง เป็นระบบไฟฟ้าที่ใช้กับสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า
การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าด้วย AC คือ การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน ผ่าน Wallbox นับเป็นวิธีการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่มีต้นทุนถูกที่สุด ณ ปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะบ้านที่ติดตั้งมิเตอร์แบบ TOU การชาร์จ AC ระบบจะทำการรับไฟฟ้าจาก Wallbox ผ่านเข้าสู่ On-Board AC-charger ในตัวรถ เพื่อแปลงเป็นระบบไฟฟ้าแบบ DC ส่งเข้าสู่แบตเตอรี่
ข้อดีของการชาร์จด้วยระบบไฟแบบ AC คือ 1. ติดตั้งได้ที่บ้าน โดยรองรับการชาร์จได้สูงสุด 22 kW ขึ้นอยู่กับระบบไฟฟ้าที่บ้าน ตู้ชาร์จ และรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่ใช้ 2. ชาร์จได้กับรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่น รวมไปถึงรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดด้วย 3. ค่าไฟฟ้าถูกที่สุด 4. สามารถชาร์จข้ามคืนได้แบบไร้กังวลเรื่องแบตเตอรี่เสื่อม เพราะการชาร์จ AC ไม่ทำให้แบตเตอรี่ร้อนมาก 5. ใช้งานง่าย แค่เสียบปลั๊ก และสั่งชาร์จได้เลย
ข้อเสียของการชาร์จด้วยระบบไฟแบบ AC คือ 1. ใช้ระยะเวลาการชาร์จที่ค่อนข้างนาน 2. ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน กำลังการชาร์จสูงสุดยังอยู่เพียง 3-22 kW เท่านั้น 3. ไม่เหมาะกับคนที่ไม่ได้อยู่บ้านส่วนตัว ที่ไม่สามารถติดตั้งตู้ชาร์จส่วนตัวได้
การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าด้วย DC คือ การชาร์จที่สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า นับเป็นวิธีการชาร์จที่เร็วที่สุด เพราะเป็นการชาร์จไฟฟ้าจากหัวจ่ายเข้าสู่แบตเตอรี่โดยตรง ไม่ต้องผ่าน On-Board AC-charger ในตัวรถ
ข้อดีของการชาร์จด้วยระบบไฟแบบ DC คือ 1. ชาร์จไฟฟ้าได้เร็วที่สุด สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 10-80% ได้ภายในระยะเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้นแทบทุกรุ่น 2. เหมาะสำหรับการเดินทางไกล 3. เป็นโอกาสได้พักผ่อนที่ดีสำหรับนักเดินทาง
ข้อเสียของการชาร์จด้วยระบบไฟแบบ DC คือ 1. มีราคาสูง โดยในประเทศไทยมีราคาสูงสุดถึงหน่วยละ 7.7 บาท 2. สถานีชาร์จยังไม่ครอบคลุมมากนัก 3. มีความซับซ้อน เพราะตู้ชาร์จ DC มีหลายผู้ให้บริการ และแต่ละผู้ให้บริการก็มีเงื่อนไขการใช้งานที่ต่างกันออกไป


